#lkfitnessdiary

บุรีรัมย์มาราธอน 2019

 

หลังจากจบมาราธอนแรกไป ก็บอกว่าจะไม่วิ่งเกิน 10k อีกแล้ว เลิก! พอกันที! วิ่งอะไรกันเยอะแยะ!..

แล้วมาวิ่งมาราธอนอีกทำไม? 

ที่วิ่ง เพราะอยากรู้ว่า ถ้าไม่แวะเข้าส้วม เสี้ยนติดเท้า จะต่ำ 6 ชั่วโมงมั้ย? แต่ไม่อยากวิ่งงานเดิม เพราะต้องวิ่งบนสะพาน 18 กิโล และรถห้องน้ำน้อย มันไม่อุ่นใจ  ก็ตัดสินใจไปงานนี้แหละ เพื่อนบอกว่าปวดขี้ก็เข้าห้องน้ำชาวบ้านได้เลย...แถมคนส่วนใหญ่ได้ NEW PB งานนี้ด้วย!!!!  งานจัดดี สนุกมาก กองเชียร์สุดยอด !

ว่อออ!!! ภาพในหัวลอยมา 'ต่ำ 6 ชั่วโมง' แน่นอน ตอนเข้าเส้นชัยต้องกอดกันกับข่อยร้องไห้ด้วยความภาคภูมิใจ แค่คิดถึงภาพแบบนี้น้ำตาเริ่มปริ่ม....

ภาพในหัวตรงเส้นชัยมีข่อยแล้ว แต่ข่อยยังไม่รู้ตัว 

ชวนข่อยไปวิ่งด้วยดีกว่า อิอิ

ข่อยคือเพื่อนที่วชิราวุธ ก็คนเดิมที่มาวิ่งมาราธอนครั้งแรกเป็นเพื่อนเกดอะแหละ ชวนข่อยวิ่ง 42k ก็เหมือนชวนพวกเราวิ่ง 15k...

ระดับ ironman finisher 2 รายการ แหม! วิ่งแค่นี้ กระจอก!!!

การวิ่งมารธอน สิ่งสำคัญที่สุด คือการซ้อม บอกเลยเกดโคตรขี้เกียจ แต่ในใจคิดว่า ‘มาราธอนแรก ซ้อมยาวสุด 25k ยังจบได้’  คราวนี้ก็ซ้อมถึงแค่ 25k ก็พอแล้ว!!

ก็ซ้อมตามตารางเดิมเลยที่พี่กุ้ง (โค้ชว่าย ปั่น วิ่ง ฟิตติ้งจักรยาน ของเกด ) เคยให้ไว้ตอนมาราธอนแรก นับจากนี้ไปมีเวลา 4 เดือน โอยยังไงก็ซ้อมทัน 

 

วันแรกซ้อมเลย 10k zone 2

ปรากฏเจ็บเท้าขวา แต่ก็ทนเจ็บไปจนครบ 10k เพราะคิดว่าเท้าคงแค่ตึง หรือไม่ก็น่องตึง ยืดเอาเดี๋ยวก็หาย แต่ตอนนั้นก็หงุดหงิดนะ เพราะไม่คิดว่าจะเจ็บตั้งแต่วันแรกที่ซ้อม

เจ็บปุ๊บ ก็เรียกกายภาพมาดู น้องกายภาพถามว่า

“พี่ไม่ได้วิ่งมานานเท่าไหร่?”

เออว่ะ…….วิ่งล่าสุดก็ 4 กุมภา 2561 วันที่วิ่งมาราธอนครั้งแรก หลังจากนั้นก็มีวิ่ง 1-2 ครั้ง ไม่เกิน 10k

เกดห่างหายจากการวิ่งไปประมาณ 7 เดือน

“พี่ต้องเริ่มจากวิ่งน้อยๆก่อนซิ 10k ไม่น้อยนะพี่ พี่ต้องค่อย ๆ เพิ่มระยะ แล้วร่างกายจะปรับตัวตาม เอาจริง ๆ มาราธอนแรกที่พี่จบได้ไม่ใช่เพราะซ้อมวิ่งนะพี่ เพราะพี่ยกเวท”

เหรอวะ? แหมมมม พูดเกินไปเป่าาาา 

สรุปคือ พักไปอีก หนึ่งสัปดาห์

ฉิบหายแล้วในใจคิด จะซ้อมทันมั้ยวะ..

เกดเป็นคนขี้นอยด์และเครียดสุด ๆ โดยเฉพาะ ถ้าเป็นมาราธอน แต่ถ้าไปยกเวทแล้วเจ็บเข่า เกดยังสนุก ยังแฮปปี้ ยังเข้ายิมทำอย่างอื่นได้อีกเยอะแยะ แต่ถ้าเป็นเรื่องวิ่ง พอเจ็บนิดหน่อย เกดมองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ทันที จนเพื่อนพูดว่า “ทำไมเวลาเกดมาวิ่ง ดูไม่สนุกเหมือนเวลาไปยกเวทเลย”

หรือเราไม่ได้ชอบวิ่ง? ก็ยอมรับว่าไม่ได้ชอบวิ่งนาน ๆ  และไม่รู้สึกสนุกเท่ายกเวท สำหรับเกด การออกกำลังกายที่เกิน 2 ชั่วโมงน่าเบื่อหมดยกเว้นกอล์ฟ

พอเจ็บก็พักเป็นระยะ เรียกว่าเจ็บอะไรนิดนึง พัก! เจ็บใต้ตาตุ่ม ก็พัก! เจ็บฝ่าเท้า ก็พัก! มีกายภาพทุกอาทิตย์ แต่ยังยกเวทอาทิตย์ละ 3 วันเพราะกายภาพบอกว่ากล้ามเนื้อเกดไม่แข็งแรงเท่าปีก่อน ส่วนนึงเป็นเพราะเกดออกกำลังกายน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก ส่วนซ้อมวิ่งเรียกว่าเหลือแค่อาทิตย์ละ 1 วัน วิ่งยาวสุดคือ 20k เมื่อวันที่ 3 ธันวา 2561 ซึ่งก่อนหน้านี้ซ้อมวิ่งยาวแค่ 2 ครั้ง มี 12k 14k และ สุดท้ายคือ 20k แค่นี้! โดยที่ในแต่ละสัปดาห์ไม่มีวิ่ง tempo หรือ recover ใด ๆ

พอหลังจากซ้อมวิ่งยาว 20k ไป วันรุ่งขึ้นไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย ตอนนั้นดีใจมากเพราะจะได้เข้าโหมดซ้อมมาราธอนแบบเต็มรูปแบบซักที

พักไปสองวัน ก็กลับไปวิ่ง 10k zone 2 ตามโปรแกรมซ้อมเลยทันที ปรากฎว่าวิ่งไปแค่ 7k ดันเจ็บ ตอนนั้นเลยตัดสินใจเลยว่า ไม่เอาแล้วบุรีรัมย์มาราธอน เลิก! รำคาณ! เพราะถ้าตัวเองไม่พร้อมก็ขอลา ช่างมัน วิ่งเมื่อไหร่ก็ได้! อายุ 50 ค่อยวิ่งก็ได้!

หลังจากที่ไม่ต้องกังวลเรื่องซ้อมมาราธอนแล้ว  โอ้โห! ช่างมีความสุขเหลือเกิน เจ็บเท้านิดหน่อยก็ไม่ต้องนอยด์ ไปยกเวท โครมคราม สนุกสนาน แต่ยังมีวิ่งบ้างไม่เกิน 7k เพราะจะไปเที่ยวทะเล อยากลีน ๆ จะได้เห็น six pack เวลาใส่ชุดว่ายน้ำ ฮ่า ๆ ๆ ช่วงนั้นตอนที่วิ่งก็มีเจ็บบ้างนิดหน่อยนะ พอเจ็บนิดนึงก็จะแฮปปี้มาก เหมือนเป็นการยืนยันอีกครั้งว่า เกดตัดสินใจถูกแล้วที่ไม่ไปวิ่งมาราธอนครั้งนี้  อิอิ

เฮ้ย!! ลืมบอกข่อย ว่าไม่วิ่งแล้วนะระยะมาราธอน…แต่แผนชั่วร้ายกว่านั้นคือ เกดจะไม่ไปบุรีรัมย์เลย..เทค่ะ!

มาราธอนครั้งนี้ นอกจากข่อยแล้ว ก็มี โปรแจ๊ค ที่สอนกอล์ฟเกด กับภรรยาพี่แจ๊ค คือพี่เปิ้ล ผู้หา BIB และที่พักให้พวกเรา ตอนนั้นทุกคนรู้แล้วว่าเกดไม่วิ่งระยะมาราธอนแล้ว แต่อาจจะเปลี่ยนมาวิ่ง half หรือ 10k แทน

แต่ในใจเกดลึก ๆ เกดกะว่าจะไม่ไปเลย แต่ยังไม่ได้บอกข่อย เดี๋ยวใกล้ ๆ ค่อยบอกแบบหักมุมดีกว่า อิอิ

แต่แล้วก่อนวันแข่ง 2 สัปดาห์ ในขณะที่กำลังดู f.r.i.e.n.d.s ใน netflix อยู่ ก็มีไลน์มาจากข่อย เป็นรูป พร้อมข้อความที่ทำให้ขำลั่นบ้านยิ่งกว่า f.r.i.e.n.d.s.

ข้อความ ทำให้ขำนะ แต่รูปโคตร impact !!

 

*เปลี่ยนใจทันนะ...

เป็นรูป 1 กิโลสุดท้ายที่เราสองคน หวดยับเพื่อเข้าเส้นชัยงาน amazing thailand marathon ปีที่แล้ว! พอเห็นรูปนี้ ภาพทุกอย่างและความรู้สึกวันนั้นลอยมาชัดเจนมาก.... มันสนุกอะ ตอนวิ่ง 8k สุดท้าย จำได้ว่ายังเหลือแรงให้วิ่งต่อได้

เอาไงดี? เริ่มลังเล

แม่งเอ๊ย! วิ่งยาวสุด 20k สองเดือนก่อนวันแข่งเนี่ยนะ จะรอดเหรอวะ!

ข่อยให้ความเชื่อมั่นด้วยการบอกว่า "ลูกพี่! ใจไปขาตาม! ไม่ไหวก็นั่งรถกลับ"

หืมมม อารมณ์แบบ วิ่งด้วยใจ ไปด้วยกัน ไปได้ไกล อย่างกับสโลแกนธนาคาร!!!

ส่วนคุณจุม สามี ไม่สนับสนุนแน่นอน แต่ก็ไม่ได้ห้าม คุณจุมบอกว่า "อย่าประมาท "

เอาไงดีฟระ?!

ถามผู้ชี้ชะตาในการวิ่งมาราธอนของเกดดีกว่า คนเดียวเท่านั้น คือถ้าบอกว่าไม่ ก็คือไม่!

เค้าคือ พี่กุ้ง!

เกด:  พ ก  บุรีรัมย์มาราธอนสรุปไปนะ แต่เอาไงดี ซ้าย เสียงข่อย "ใจไปขาตาม" ขวา สามี "อย่าประมาท" ไม่รู้จะไปทางไหนดี?

พ ก:  วันไหน?

เกด:  อาทิตย์นี้ บุรีรัมย์! ตอนนี้มีทุก BIB ทั้ง full ทั้ง half ทั้ง 10k

พ ก: ขุ่นพระช่วย!!! จัดไป!

เกด:  แต่ซ้อมยาวสุด 20k สองเดือนก่อนวันแข่งนะ ยังไง พูดสิ พูด!

พ ก:  10k พอ!!!!

ก็จ๋อยนิดหน่อย...

เกด:  แต่.....(มีแต่) นี่จะเป็นมาราธอนสุดท้ายแล้ว จริงๆ ! มาอีกแล้ว "ครั้งสุดท้าย" ฮ่า ๆ ๆ ๆ

พ ก:  เอ่า งั้นจัดเลย!  รอดอยู่!

เอ้า! ง่ายดีเว้ยพี่กุ้ง ฮ่า ๆ ๆ คิดถูกแล้วที่ถามพี่กุ้ง 

เอาล่ะ! ถ้าพี่กุ้งบอกว่ารอด มันก็ต้องรอดเว้ย!!!!!!!!

อ่อ ตั๋วเครื่องบินแพง เลยเช่ารถตู้ไปกัน

เช้าวันเสาร์ ขึ้นรถตู้ไปบุรีรัมย์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

ขณะที่นั่งรถไป ในใจคิด " นี่กูต้องวิ่งนานกว่าระยะเวลาที่นั่งรถมาบุรีรัมย์อีกเนี่ยนะ แม่เจ้า! นานว่ะ "

เอาหน่า ! อย่าไปคิดมาก เคยผ่านมาแล้ว ครั้งนี้ก็แผนเดิม เริ่มช้า จบเร็ว แล้วก็หวดเหมือนคราวก่อน 8 k สุดท้าย คิดแล้วขนลุก

ว้าวววววววว! เท่จัง! อยากวิ่งแล้ววววววววววว!

ตีสี่ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 เสียงปล่อยตัวบุรีรัมย์มาราธอน 2019 เริ่ม!!

"ขอเสียงเชียร์เป็นกำลังใจให้กับนักวิ่งมาราธอนทุกท่านด้วยครับ" พิธีกรพูดตอนปล่อยตัว

ตอนนั้นตื่นเต้นนิดหน่อย และยังกังวลเรื่องเจ็บเท้าอยู่...

ลุย! มือซ้ายกำกระป๋องสเปรย์แก้ปวด เพราะได้ยินว่าคนเยอะ เกดกลัวสเปรย์หมด

ยาดมก็พกมาด้วย เผื่อไว้เห็นเค้าบอกว่าร้อน

gel 5 ซอง สบาย!

 

ออกตัวแบบค่อย ๆ ไป คราวนี้ขอแค่ ไม่ปวดขี้ ไม่ต้องรอคิวเข้าส้วม ไม่มีเสี้ยนตำ เหมือนคราวก่อน ยังไงก็รอดสบาย อาจจะต่ำ 6ชั่วโมง ด้วยซ้ำ แล้วพอถึงตอน 8k สุดท้าย จะหวดให้ยับ แอบคิดในใจ อิอิ

วิ่งไปเรื่อย ๆ จนถึงกิโลที่ 20 ตอนนั้นยังรู้สึกสบาย ๆ ตามแผนเดิม ช้าๆ pace 8 วิ่งไปก็คิดถึงคุณจุม สามี คอยดูนะ พอคุณจุมตื่นมาเช็คว่าตอนนี้เกดวิ่งถึงตรงไหนแล้ว คุณจุมต้องทึ่งมากที่เมียวิ่งไปแล้ว 21 กิโล ใช้เวลายังไม่ถึง 3 ชั่วโมงเลย แถมไม่ได้ซ้อมมาด้วย

ว่อออออออ! เท่ว่ะ!

พอถึงกิโลที่ 25 เริ่มเห็นอนาคต!

เกดและข่อยมองหา pacer 6 ชั่วโมง ซึ่งอยู่ข้างหน้าเราสองคนค่อนข้างไกล ข่อยถามว่าจะเอาใช่มั้ยต่ำ 6 ชั่วโมง เกดบอกใช่ ไม่มีอะไรใช่กว่านี้แล้ว ขี้ไม่ปวด เท้าโอเค ทุกอย่าง perfect แต่ตอนนั้นเริ่มเหนื่อยนิดหน่อย แต่คิดว่าเป็นอาการปกติ  

"ถ้าจะเอา sub 6 ต้องเร่งหน่อยนะ สัก 7:55 " ข่อยบอก

ได้!

วิ่งไปประมาณโลที่ 25 เกดเห็นน้องนักวิ่งคนนึง วิ่งอยู่คนละฝั่ง ล้มลงไปที่พื้นในลักษณะหน้าฟาดกับถนน!!!! นักวิ่งแถวนั้นรีบเรียกรถพยาบาล ภาพที่เกดเห็นคือ น้องตาแข็ง คิดว่าน่าจะชัก เกดตกใจมาก โชคดีรถพยาบาลอยู่แถวนั้นพอดี

เกดหยุดทันทีบอกข่อยว่าเรากลัว! 

ตอนนั้นเกดเริ่มเหนื่อยขึ้น แต่ก็กิน gel เข้าไป บวกกับภาพน้องคนนั้นที่ตาแข็ง หน้าฟาดกับพื้นถนน ยังติดตาเกด ทำให้เริ่มกลัวตัวเองเป็นลมแบบนั้นขึ้นมา

 

กิโลที่ 36 อย่าเรียกว่า hit the wall เลย เรียกว่า อมอ๊วกไปเลยจ้าาาาาา

ตั้งแต่โลที่ 27 เป็นต้นมา เกดรู้ตัวเลยว่า ไม่ไหวแน่ sub 6 เพราะเกดเริ่มดมยาดมที่พกมาตลอดทาง ตะคริวกินหน้าขา มีหยุดยืดนิดหน่อย ยืดปุ๊บ ตะคริวกินเท้า ก็เลยเดิน ไม่ยืดแล้ว เดินไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่โลที่ 34 ถึงโลที่ 36 บวกกับแดดเริ่มมา

"เอางี้มั้ย สลับ วิ่งโลนึง เดินโลนึง " ข่อยบอกเกด

ได้ ! เกดบอกเพราะมันเริ่มร้อน ไม่อยากเดินแล้ว อยากให้จบ ๆ ไปแล้ว

วิ่งไปได้ 500 เมตร เกดบอกข่อยว่า

" ข่อย หยุด ๆๆๆๆๆ หมดว่ะ"

ข่อยเริ่มหัวเราะ ลูกพี่! สู้ดิ ! เอางี้ งั้นวิ่ง 500 เมตร เดิน 500 เมตร 

เอา! 

พอวิ่งไปได้ 300 เมตร เกดบอกข่อยว่า

" ข่อย ! หมด!" 

*เดินอมอ๊วกผ่านไปจ้าาาาาา

หมดของเกดคือ พูดเป็นประโยคไม่ได้แล้ว หรือถ้าพูดออกมา ก็ไม่มีควบกล้ำแล้ว เหมือนเวลาเราไปที่หนาว ๆ แล้วเวลาพูดปากมันจะเบี้ยว ๆ อะเกดบอกข่อยว่า เราหมดแล้วจริงๆ ข่อยก็รู้เราไม่ใช่คนสำออย แต่นี่คือหมดจริง ๆ เสียงอย่างแหบ

"โอเค งั้นเดินไปจนถึงโลที่ 40 แล้วค่อยวิ่งเข้าเส้นชัยอย่างสง่างาม" ข่อยบอก

*นี่ไง อยากวิ่งแล้ว ความเป็นจริงคือวิ่งไม่ได้ง่ะ ฮ่า ๆ ๆ ระหว่างเดินก็มีถ่ายวีดีโอเก็บไว้บ้าง...โชคดีที่ไม่อ๊วกแตกตาย 

ระหว่างเดิน เกดเริ่มเห็นภาพเป็นสีแดง ๆ ยิบ ๆ เหมือนกระพริบตาแต่ไม่ได้กระพริบ ไม่รู้อธิบายไม่ถูก แดดร้อนมาก เดินก็ทรมาน จะวิ่งก็ไม่มีแรง เลยดูนาฬิกาซะหน่อยว่ากี่โมงแล้ว แม่เจ้า!!! 10:13 น. วิ่งตั้งแต่ตี 4 จนจะ 10 โมงกว่าแล้วเนี่ยนะ นี่กูถึงโตเกียวแล้วเหรอเนี่ย!!! ตอนนั้นตลกกันเองมาก ๆ แต่ก็บอกกับตัวเองว่า อย่าเพิ่งเป็นลม อย่างเพิ่งช็อค อย่าเพิ่งตาย 

*ตอนที่ปากเริ่มเบี้ยวแล้ว เห็นว่าเวลามันเกิน 6:20 ชั่วโมงแล้ว  ตอนนั้นเกดโทรหาสามี เพราะกลัวเค้าเป็นห่วง รีบบอกว่าเกดยังอยู่นะ นี่เดินอยู่ยังไม่ตาย สามีหัวเราะ เกดก็หัวเราะ ข่อยก็หัวเราะ หัวเราะกับทุกอย่างที่เห็น เหมือนคนเมาแดด เห็น 7-11 ก็หัวเราะ

 

จะว่าไปแล้ว สำหรับข่อย ระยะนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย แต่ปัญหาคือเสื้อที่ข่อยใส่ดันเขียนข้างหลัวว่า " Ironman Finisher " เกดขำมาก คนคงนึกในใจว่า ไอ้นี่อะนะจบ ironman  โคตรอ่อน! มาเดินอะไรแถวนี้! เวลานั้นทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากหัวเราะกันเอง

ตอนนั้นกองเชียร์ เชียร์ดังมากตลอดทาง แต่หูดับไปแล้ว จนมาถึง 1 โลสุดท้าย ข่อยถามว่า วิ่งมั้ย ?

ไม่เอา!

400 เมตร สุดท้าย วิ่งมั้ย กล้องเต็มเลยนะลูกพี่ !

ไม่เอา!

300 เมตร สุดท้าย 

ไม่เอา!

โอยยย 200 เมตร ยังรู้สึกว่าไกลฉิบหายเลยตอนนั้น !!!

จนถึง 100 เมตรสุดท้าย วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยความทรมาน แต่ก็ดีใจที่ผ่านมาได้

* 100 เมตร สุดท้าย ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า ถ้าเข้าเส้นแล้ว ห้ามล้มหน้าคว่ำเด็ดขาด

 
นี่เป็นการวิ่งที่สยอง และกลัวอ๊วกที่สุด แต่ก็สนุกนะ แต่สนุกน้อยหน่อยเพราะซ้อมน้อยอันนี้ยอมรับ

พอเข้าเส้นชัย ข่อยพูดขำ ๆ ว่า

" ยอดเยี่ยมมากลูกพี่! sub 6 วิ่งเมื่อไหร่ก็ได้ แต่วิ่งมาราธอนเกิน 6:30 ชั่วโมง ไม่ค่อยมีใครเค้าทำกัน"

ฮ่า ๆ ๆ ๆ ก็จริง!

*สภาพของผู้รอดชีวิตทุกท่าน ข่อย เกด พี่เปิ้ล และ โปรแจ๊ค

 

* ข่อยบอกว่า ถือซะว่ามาซ้อมแดด เพราะจะไปแข่ง IM ที่ลังกาวี ปีนี้อยู่แล้ว! 

 

* New high จ่ะ ไม่ใช่ New PB... 6:34 ชั่วโมง

 

มาราธอนครั้งนี้ทำให้รู้แล้วว่า ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย... 

เวลาที่ร่างกายมันหมดแรงแล้ว เสียงเชียร์ก็ไม่ช่วย หมดก็คือหมด แต่กองเชียร์น่ารักมาก ยอมรับ :)

ส่วนเรื่องยกเวทมีผล ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งสำคัญคือ ต่อให้แข็งแรงแค่ไหน แต่ถ้าไม่ซ้อมวิ่งเลย ก็ยับเยินอยู่ดี เว้นเสียแต่ว่าจะมีปาฏิหาร... ซึ่งไม่มีไง!

แล้วนี่จะเป็นมาราธอนสุดท้ายแล้วได้ยังไง!

เจอกันใหม่ บุรีรัมย์ ?

เปล่า!! Amazing Thailand Marathon 2020! ขอล้างแค้นที่เดิมดีกว่า ตั้งเป้าไว้ว่า 5:30 ชั่วโมง รวมขี้!!!!!

 

เค้าว่ากันว่ามาราธอนชอบนักคนแบบนี้ พวกอ่อนแล้วไม่ยอมแพ้เนี่ย!

 

No need to make sense

LK:)