#lkfitnessdiary

จะรู้ได้ไงว่า Personal Trainer แบบไหนที่ใช่สำหรับเรา ...

 

อยากมีPersonal Trainer (PT) บ้าง แล้ว PT ที่ดีๆเค้าดูจากอะไร? 

คืองี้ค่ะ มี PT ดีๆอะมันก็ดีนะสำหรับคนที่อยากเริ่มออกกำลังกายแล้วต้องการ motivation หรือต้องการคน มา pushให้เราประสบความสำเร็จใน Fitness goal ของเราที่ตั้งไว้ ซึ่ง PT สำคัญมากจริงๆ เพราะถ้าเกดไม่เจอ พุต พี่ใหญ่และนิว....เกดคงเลิกออกกำลังกายแล้ว

แล้วมีอะไรบ้างที่ต้องคำนึงเวลาจะเลือก PT ?

อันนี้มาจากประสบการณ์ของเกดเองนะ....

1.PT มีความรู้เรื่องการออกกำลังกายมั้ย ?
เอย์...........แล้วจะรู้ได้ไงอะว่าเค้ามีความรู้หรือไม่ 
สังเกตได้จากเวลาเค้าให้เราทำท่าต่างๆ ดูว่าเค้าอธิบายข้อสงสัยของเราได้มั้ย เช่น ถ้าPTให้ทำท่าdeadlift ก็ลองถามเค้าซิว่า

ทำไมต้องทำท่า Deadlift? ถ้าเค้าตอบว่าช่วยให้หลังแข็งแรง..... ถ้าตอบแค่นี้คือไม่ OK

--เพราะเหตุผลที่ต้องทำท่า Deadlift ก็เพราะว่าในชีวิตประจำวัน เราใช้กล้ามเนื้อทางด้านหน้าทั้งหมด ทำให้สรีระร่างกายไม่ดี ไหล่ห่อ หลังค่อม พุงป่อง แต่ท่านี้ นอกจากจะช่วยให้ Posterior chain ดีขึ้นแล้ว มันยังทำให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว รวมถึงกล้ามเนื้อรอบๆกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อสะโพกแข็งแรงขึ้นอีกด้วย  แล้วอีกอย่างคือ ท่า Deadlift คือท่าออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน ทำให้เกิดกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานเยอะขึ้น เผาผลาญไขมันมากขึ้น 

 

หรือถ้าอยากแขนเล็กออกกำลังกายลดแขนอย่างเดียวได้มั้ย?

แล้วถ้าtrainerตอบว่า ได้.... ก็บัย!ไปเลยนะคะ!

--เพราะจริงๆแล้ว เราไม่สามารถทำให้ร่างกายเราเล็กเป็นส่วนๆได้ แต่เราสามารถออกกำลังกายเพื่อให้แข็งแรงเป็นส่วนๆได้
 

 

2. Trainer จำได้จริงๆมั้ยว่าเรายกน้ำหนักได้หนักสุดที่น้ำหนักเท่าไหร่ในแต่ละท่า

ขอเอาประสบการ์ณของพี่ชายมาเล่าแล้วกัน.....พี่ชายเกดคนนี้ออกกำลังกายกับ PT คนนึงมาสักพัก (ไม่ใช่ที่ P60)  เค้าก็ยกเวททำdeadlift ทำsquat ตามปกติแหละ  มีวันนึง PTให้ยกหนัก ซึ่งพี่ชายเกดถาม PT ว่าอันนี้หนักมากจะยกได้เหรอ?

PT ตอบว่า: ได้ จำได้..คราวที่แล้วก็หนักเท่านี้ 

--ปรากฎว่า เข่าเจ็บ และความโหดร้ายคือเอ็นเข่าฉีก ต้องไปหาหมอ และหลังจากนั้นทำ squat หนักไม่ได้อีกเลย  

พี่ชายเกดบอกว่า " PT เค้าไม่ได้ train เราแค่คนเดียว แล้วใช้วิธีจำเอา เค้าจะไปจำของทุกคนได้ถูกหมดได้ไง?  

ดังนั้น ต่อไปนี้ถ้า PT ชอบpush ให้ยกหนักๆ ต้องดูดีๆนะ ถ้าเค้าไม่เคยจดสถิติของเราไว้ว่าเราเคยยกหนักสุดได้กี่กิโลก็อย่าไปบ้าทำตาม

--แต่ PT บางคนที่เค้าไม่จดแต่จำได้ก็มีแหละมั้ง...คงต้องลุ้นดู

 


3.ไม่แก้ไขท่าทางหรือไม่สามารถบอกเทคนิคที่ช่วยให้เราออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น

นิวเคยบอกนานแล้วว่า "การออกกำลังกายไม่มีคะแนนท่ายาก" 
เช่น lunge ....โอยยย บางคนทำย่อลงไปตรงๆเข่ายังเบี้ยวเลย แต่ PT ก็ยังให้ทำ Lunge แถมเพิ่มให้โยกซ้ายขวา คืออยากถามว่า....lunge ตรงๆให้เข่าไม่บิดเบี้ยวก่อนดีมั้ย? 

หรือ PT บางคนปล่อยให้ลูกค้าทำ plank หลังงี้แอ๊นนนนแอ่น!!!  บางคนแอ่นไม่พอ ยังเอาเพลตน้ำหนักไปวางบนหลังลูกค้าอีก  คืองี้นะ บางท่าก็ไม่จำเป็นต้องทำให้มันยาก และอีกอย่าง หากท่าออกกำลังกายบางท่าที่เทรนเนอร์เองยังทำได้ไม่ชำนาญ อย่ามาสอนให้คนอื่นทำเลย เพราะมันอาจทำให้บาดเจ็บได้ แถมท่าออกกำลังกายบางท่าก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนด้วย

--สำหรับคนที่เพิ่งออกกำลังกายใหม่ๆ เกดอยากให้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับท่าการออกกำลังกายที่ถูกต้องดูบ้าง เพราะบางทีเวลาเราสงสัยเรื่องของท่าออกกำลังการอะไร เราจะได้เข้าใจและเห็นข้อมูลจากหลายๆที่มาเปรียบเทียบกันดู

*พุตสอนให้ทำ Overhead Lunge

 

 


4.Trainer ที่ฉลาดและ Train เราได้ดี ไม่จำเป็นต้องกล้ามชัดอะไรมากมายตลอดเวลา 

กล้ามชัดไม่ได้แปลว่าจะสอนเราดีนะ ยกตัวอย่างเหมือน coach ว่ายน้ำของ Michael Phelps อะ

เค้าก็ไม่ได้ว่ายเร็วกว่าMichael Phelp....เพราะ ถ้าเร็วกว่าก็ไปเป็นแชมป์ Olympic แล้วมั้ย ??

หรืออย่าง PT ของเกดอีกคนที่ชือ Dustin  กล้ามไม่ค่อยชัด ข้อมือเล็ก แถมเพิ่งโดนรถสิบล้อชนมา ไหล่ฉีกอีก Dustin เลยออกกำลังกายหนักๆไม่ค่อยได้ เลยไม่มีกล้าม ไม่รู้ว่าชีวิตนี้ Dustin จะมีโอกาสมีกล้ามชัดแบบเพื่อนๆใน P60มั้ย แต่ก็เทรนเกดได้ดี มีความรู้ ขี้เม้าท์ ฉลาด สนุก เหนื่อย เทรนเสร็จแล้ว ท้องมี 8 packs เลย!!

* รีบทำ เดี๋ยวได้เม้าท์แล้ว

 

*Dustin บอกว่า อย่าเพิ่งอู้

 

 

5.safeลึก 


เป็นศัพท์เฉพาะที่พวกเราแกงค์จอมพลังใช้เวลาเรียกเทร์เนอร์ที่เอะอะมึงก็ safe กูจัง นี่กูยก 2โลเองงง (หรือsafeเยอะไป)
เคยเจอนะ สาวๆบางคนทำsquat เทรนเนอร์ก็safeซะไม่กล้าย่อเลย 55555คือพี่จะใกล้อะไรขนาดนั้น? หรือท่าBent over row ......เข้ามายืนซ้อนจากข้างหลังเลยยย แบบเห้ย!จะขี่หลังเลยมั้ย?  ลองสังเกตดูเอง ว่าเทรนเนอร์น้องเข้าข่าย safe ลึกมั้ย นี่ไม่เคยเจอ แต่เคยได้ยินมา

-- แต่บางท่า Pt ก็ต้องมาถูกตัวเราบ้างนะ เช่น ท่ายืดบางท่า หรือเวลาทำ plank เค้าก็จะต้องจับท้องเราเพื่อเชคว่าเราเกร็งถูกมั้ย

เอาเป็นว่านะ...พี่ว่าผู้หญิงทุกคนsenseแรงอยู่แล้ว ถ้ารู้สึกประหลาดๆก็ เทค่ะ..


รูปด้านบนคือตัวอย่างของ safe ลึก นี่ท่า Plank ต้องเกร็งท้อง ควรแตะท้องมากกว่าก้นอะ

*ขอบคุณรูปจาก pinterest

 

6. เทรนเนอร์ที่คู่ควรกับเรา ต้องใส่ใจ lifestyle เราด้วย


มีช่วงนึงบ้าวิ่งมาก เลยไปลงแข่งวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ Norway...จำได้เลยว่าวันนั้นไปบอกพุต 


เกด:  พุต...จะลง half marathonนะ  
พุต:   เหลือเวลาอีกกี่เดือน? 
เกด:  3เดือน 
พุต:  OK!

-จบ-

วันต่อมาโปรแกรมการเทรนของเกดก็เปลี่ยนไปหมดเลย  จากที่เคยยกเวทหนักๆในยิม ต้องเปลี่ยนมาซ้อมวิ่งอาทิตย์ละสามวันที่สวนลุม พุตเป็นคนเทรนการวิ่งให้เกดตอนนั้น และยังแนะนำวิธียืดก่อนและหลังวิ่ง รวมทั้งเรื่องอาหารที่ต้องกินก่อนวิ่งระยะยาว จำได้ว่าตอนวิ่งจบ บอกพุตเป็นคนแรกเลย


คือถ้าไม่ได้ PT ที่ใส่ใจว่าเราชอบทำกิจกรรมอะไรอะนะ การวิ่ง half marathonคราวนั้นของเกดคงฝืดน่าดู!!


*ไปวิ่งที่Tromso เมืองทางเหนือของ Norway วิ่ง half marathon ครั้งแรก จบที่2.50ชั่วโมง ขาแทบขาด

 

 

7. Trainer ต้องมีความรู้เรื่องอาหารการกินด้วย

นิวเคยบอกว่า "คนไทยชอบเข้าใจเรื่องอาหารแบบผิดๆ แค่คนเข้าใจว่าอาหารคลีนต้องไม่มีfatแค่นี้ก็ผิดแล้ว!" นิวเคยอธิบายว่า ถ้าเราหนัก50กิโล เราสามารถกินfatได้50กรัมต่อวัน เพราะร่างกายคนเราต้องการ fat  สรุปคือ..เราควรกินอาหารที่มีทั้ง fat carbohydrates และโปรตีน ในปริมาณที่พอเหมาะและออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ไม่ใช่กินผัก4ใบกับแซลม่อน เพราะถ้ากินน้อยไปก็ป่วยง่าย  ร่างกายไม่แข็งแรง ออกกำลังได้ไม่เต็มที่ ผลเสียก็ตามมาอีกเยอะแยะ 

 

เคยได้ยินมาว่าโค้ชมี3แบบ..

  • โค้ชที่บอกให้ทำ คือโค้ชธรรมดา
  • โค้ชที่บอกให้ทำและสามารถทำให้ดูได้ด้วย คือโค้ชที่ดี
  • แต่ โค้ชที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่องได้คือ โค้ชที่สุดยอดไปเลย!!!!

 

-- PT กับ โค้ช ก็ไม่ต่างกัน ซึ่งเกดโชคดีที่เจอโค้ชแบบที่3 ตั้งแต่แรกเลย..


จริงๆอะ ประเทศไทยมี Trainer ดีๆเยอะนะ  ขอให้ทุกคนได้เจอกับเทรนเนอร์ที่ดีและเหมาะกับเรา

 


NO NEED TO MAKE SENSE

LK